2009/Sep/08

 

 

ระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่กับกิจวัตรประจำวัน ที่แสนน่าเบื่อหน่าย

 งานในช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณเร่งรัด  เร้าเข้ามาระลอกแล้วระลอกเล่า

 

ผมติดฟังเรื่องผี ทางวิทยุคลื่นหนึ่งที่ขึ้นชื่อเหลือเกิน

 

ขนาดที่บางเคสไปค้นหาเรื่องจริงว่ามีอย่างนั้นจริงอย่างที่พวกเขาเล่ากันไหม

 

และติดกับการอ่านหนังสือ ที่ร่วมกันกับคนข้างๆ ไปค้นหนังสือในร้านมือสองหลายร้าน ตั้งแต่ลงจากรถเมล์

 

จนเดินกลับไปถึงห้อง

 

และเพิ่งรู้ว่าชีวิตแห้งแล้งเพียงใด

 

 

ผมเพิ่งเริ่มกลับมาฟังเพลงใหม่ๆ

 

และก็ได้รายชื่อเพลงติดหูที่ฟังวนไปวนมาอยู่หลายรอบต่อวัน

 

เช้านี้ ด้วยความคิดว่าจะต้องเขียนอะไรบ้างในพื้นที่ ที่ทิ้งร้างไว้เกือบสองเดือน

 

และคิดว่าจะแปะเพลงที่ทุกคนได้ฟังอยู่นี้แหละครับ

 

 

แต่พอสายๆ  บังเอิญได้รับเมลข้างล่างนี้  จากคนร่วมงาน ที่คงได้มาจากที่ไหนสักแห่ง

 

 

เลยทวีความชอบเพลงนี้เข้าไปอีก

 

หลายสิ่งหลายอย่าง หากเพียงมีเรื่องราว  คุณค่าของมันทวีมากขึ้นเหลือเกิน

 

--

 

ที่หายไป จะบอกว่าสบายดีครับ ขอโทษทุกคนที่ไม่ได้ไปแวะเวียนเยี่ยมเยือนเลย

 

ชีวิต มีแค่หญิงสาวตัวอุ่น รุม และร้อน คนที่ผมเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต

ที่สุดก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเสียที

 

แม้จะทะเลาะกันทุกวัน แต่ช่วงเวลาเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเลยที่ไม่มีความสุข

 

และ "ปังย่า" สาวน้อยของผม อายุครบ 4 ขวบ เมื่อวานนี้ครับ

 

และปังย่ากำลังจะมีน้อง เพราะคุณแม่อุ้มท้องน้องของปังย่าได้ 4 เดือนแล้ว

 

ดีใจด้วยจริงๆ นะหนูน้อย หนูคงดีใจมากๆ แน่

--

 

 

 

ถ้าพูดว่า "คนไม่มีเวลา" หลายๆคนคงนึกภาพของคนที่ยุ่งจนไม่มีเวลาทำอะไร, คนที่ชีวิตวุ่นวายรีบเร่ง  

แต่สำหรับว่าน ธนกฤต คนไม่มีเวลา มีความหมายต่างจากนั้นมากมายนัก

 

ข้อความต่อไปนี้ เกิดจากการพูดคุยสัมภาษณ์กับนักร้อง นักดนตรี รุ่นใหม่ ว่าน ธนกฤต

"ผมกับพี่จั๊ก (ชวิน จิตร์สมบูรณ์) ทำงานเพลงร่วมกัน ซึ่งพี่จั๊ก แต่งทำนองเสร็จนานแล้ว และให้ผมเขียนเนื้อ

แต่ผมก็ยังเขียนไม่ได้ซักที มีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังจัดรายการ ก็มีแฟนรายการคนนึงมาขออัดเสียงผม 

โดยบอกว่าจะเอาไปให้เพื่อนที่กำลังป่วยฟัง และเพื่อนคนนั้นเค้าชอบผมมาก ซึ่งผมก็บอกว่า

อย่าอัดเสียงเลยครับ ผมไปเยี่ยมก็ได้ ซึ่งตอนแรกผมรู้เพียงว่า พี่คนนั้นเค้าป่วย ต้องผ่าตัดสมอง แต่ไม่รู้รายละเอียดว่า เค้าเป็นอะไรขนาดไหน

ซึ่งพอผมไปถึงที่โรงพยาบาล สิ่งแรกที่กระทบผมคือ เสียงเพลงจากอัลบั้มแรกของผมดังอยู่ในห้องนั้น ภาพที่ผมเห็นคือ 

ห้องคนป่วยที่บนผนังห้องติดโปสเตอร์ของผม รูปของผม และตารางจัดรายการของผม ส่วนพี่ที่นอนอยู่ในสภาพไม่รู้สึกตัว 

มีผ้าพันหัวและอุปกรณ์ช่วยชีวิตระโยงระยางเต็มไปหมด ผมได้พบกับครอบครัวของพี่เค้าด้วย ทุกคนในห้องเล่าให้ผมฟังว่า

พี่ที่ป่วยชื่อพี่บี เป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตก ต้องผ่าตัดสมองถึง 5 ครั้ง และตอนนี้ก็ยังไม่รู้สึกตัวเลย

ทั้งแม่ และครอบครัว รวมถึงสามีของพี่บี ทุกคนเล่าให้ผมฟังว่า พี่บีดีขึ้น คือเริ่มขยับนิ้วได้บ้างแล้ว ทุกคนดูมีความหวังและกำลังใจ

แต่สำหรับความรู้สึกของผม ผมกลับรู้สึกว่า เวลาในห้องนั้นได้หยุดเดิน ทุกคนที่รอ รออย่างไร้จุดหมาย เหมือนเวลามันได้ผ่านเลยไปสำหรับคนที่รออยู่

วันนั้น เมื่อกลับถึงบ้าน ผมเขียนเพลงที่ดองไว้นานเสร็จในเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง  "เวลา" อาจไม่มีความหมาย...สำหรับคนบางคน"

 

เรื่องราวของพี่มืดและพี่บี      

พี่มืดกับพี่บี  รู้จักกันเพราะทำงานที่เดียวกัน และก็เป็นแฟนกันนาน 8-9 ปี หลังจากนั้นก็แต่งงานกัน  พี่มืดทำงานเป็น ครีเอทีฟบริษัทโฆษณา  ส่วนพี่บีเป็นอาร์ต ไดเรคเตอร์ ทั้ง 2 คนเรียนจบเมืองนอก  และบ้างานด้วยกันทั้งคู่  เมื่อแต่งงานกัน ทั้งคู่จึงมีแผนจะสร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นมา และต้องใช้เงินอีกก้อนใหญ่ พี่บีซึ่งปกติทำงานเยอะอยู่แล้ว ก็รับจ๊อบเพิ่มขึ้น เพื่อหาเงินสร้างบ้าน งานเยอะก็เครียดหนัก จนปวดหัวประจำ และมีไมเกรนเป็นโรคประจำตัว     หลังจากแต่งงานกันมา 1 ปี 2 เดือน เช้าวันนั้น พี่มืดแต่งตัวเสร็จแล้ว เตรียมตัวไปทำงาน แต่พี่บียังไม่ลุกจากที่นอนและบ่นว่าปวดหัว พี่มืดเลยบอกให้นอนพักอยู่กับบ้าน ไม่ต้องไปทำงาน แล้วพี่มืดก็ออกไปทำงาน  นั่นเป็นเช้าวันสุดท้ายที่พี่มืดได้คุยกับพี่บี   พี่มืดเล่าว่า พี่บีเส้นเลือดในสมองแตก  เพราะอาการปวดหัวอย่างหนัก  ช่วงบ่ายวันที่เกิดเรื่อง พี่บีปวดหัวจนสลบไป และพี่สาวต้องพาไปส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่า เส้นเลือดในสมองแตก และต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 5 ครั้ง ผ่าเส้นนี้อีกเส้นก็แตก ผ่าแล้วก็แตกถึ ง 5 รอบ จนสุดท้าย หมอก็บอกว่า คงไม่มีเส้นไหนให้แตกอีกแล้ว พี่บีออกจากห้องผ่าตัดมาก็ยังไม่ฟื้นอีกเลย    เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว  พี่มืดรับไม่ได้ ไม่ไปทำงาน ไม่กินไม่นอน ได้แต่นั่งเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่เข้าใจว่าโชคชะตาเล่นตลกอะไรกับเค้า เหมือนตกจมดิ่งไปในหลุมลึกที่ไม่มีทางขึ้น  ดิ้นรนทำทุกทางเพื่อคนรัก   พี่บีอยู่โรงพยาบาล 3 เดือน แบบไม่รู้สึกตัว  จนวันหนึ่ง อยู่ๆพี่บีก็ลืมตาขึ้นมา พี่มืดและครอบครัวดีใจกันมาก แต่พี่บีก็แค่ลืมตา กระพริบตา ไม่ได้รับรู้อะไร นิ้วก็เริ่มกระดิกได้ ความหวังของพี่มืดเริ่มเกิดอีกครั้ง พี่มืดเอาแหวนแต่งงานที่ต้องถอดออกมาใส่ให้ แต่นิ้วพี่บีบวมใสไม่ได้ พี่มืดพูดติดตลกทั้งน้ำตากับพี่บีว่า "อ้วนขึ้นนะเธอ ลุกขึ้นมาเดินได้แล้ว" หมอบอกว่า สำหรับคนเป็นโรคแบบนี้  รักษาอะไรไม่ได้ นอกจากรอ บางคนก็จะฟื้นตื่นขึ้นมาเอง บางคนตื่นก็หาย บางคนถึงตื่นมาก็ช่วยตัวเองไม่ได้ แต่บางคนก็อาจจะเป็นเจ้าหญิงนิทราตลอดไป ขอแค่มีความหวังและกำลังใจ อะไรก็เกิดขึ้นได้  หมอแนะนำให้พาพี่บีกลับไปดูแลที่บ้าน     พี่มืดต้องพยายามทำให้ตัวเองอยู่ได้ ทั้งเพื่อตัวเอง และเพื่อพี่บี     ชีวิตทุกวันนี้  พี่มืดตื่นขึ้นเพราะหมาที่พี่บีเคยเลี้ยงไว้ เข้ามาเลียหน้าปลุก พี่มืดต้องเปิดประตูบ้านให้มันออกไปข้างนอก ลงมาข้างล่างชงกาแฟ และแวะเข้าไปหาพี่บีที่ห้อง  พี่มืดจะนั่งคุยเรื่องราวทั่วไป เปิดเพลง บางทีก็เอากาแฟเข้าไปใกล้ๆจมูกพี่บี เพราะพี่บีก็ติดกาแฟเหมือนกัน ถ้าอยากกินก็ตื่นขึ้นมากินนะ พี่มืดจะบอกพี่บีอย่างนี้  หลังจากดูพี่บีเสร็จก็ออกไปทำงาน ไปทำงานแล้ญ ?ก็กลับบ้าน มานั่งเป็นเพื่อนพี่บี เป็นกิจวัตรอย่างนี้ทุกวัน      จากคนที่เคยสนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้  ก็กลับเป็นคนเงียบสงบ รถติดก็จะหยิบหนังสือสวดมนต์มาอ่าน  จนทุกวันนี้ท่องจบได้เป็นหน้าๆ ทำบุญ เข้าวัด โดยหวังบุญกุศลจะส่งผลถึงคนรัก ที่บ้านก็ต้องเปิดเพลงที่พี่บีชอบ ต้องนั่งพูดคุยเรื่องต่างๆให้ฟังทุกวัน พยายามหาอะไรที่เค้าชอบมาให้ได้รับรู้ อะไรก็ได้ ที่จะทำให้เธอกลับมาดังเดิม     จนทุกวันนี้เวลาผ่านไปเกือบ 1 ปีแล้ว ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้าน  พี่บีก็ยังเหมือนเดิม ตาที่ลืมขึ้นมา ก็มองอย่างเหม่อลอย โดยหาจุดโฟกัสไม่ได้  นิ้วมือทำได้แค่เพียงกระดิก  แต่พี่มืดเชื่อว่า พี่บีรับรู้อยู่ข้างในแต่แสดงออกมาไม่ได้ พี่บีก็คงกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อที่จะกลับมา พี่มืดก็จะต่อสู้เหมือนกัน เค้าจะไม่ทิ้งไปไหน และจะทำทุกอย่างเท่าที่ชีวิตนี้จะทำให้ได้ จะรอคอยอย่างมีความหวังต่อไป แม้เวลาจะนานต่อไปอีกแค่ไหน     เมื่อถามว่า ถ้าพี่บีตื่นขึ้นมา พี่มืดอยากพูดอะไรกับพี่บีเป็นคำแรก    พี่มืดตอบว่า  

"ผมอยากจะขอบคุณเค้า เพราะ ที่เค้าเป็นแบบนี้ทำให้ผมรู้ว่าผมรักเค้ามากแค่ไหน และถ้าผมเป็นคนที่นอนอยู่ตรงนั้นแทนที่จะเป็นเค้า ผมเชื่อว่า เค้าคงดูแลผมได้ดีกว่าที่ผมดูแลเค้า"

   

หลายคนบอกว่า  

ไม่มีอะไรเอาชนะกาลเวลาได้  แต่เราเชื่อว่าความรักสามารถเอาชนะวันเวลาได้  ขอบคุณพี่มืด พี่บี และครอบครัว  ที่ทำให้เรารู้จักคุณค่าของความรักที่ยิ่งใหญ่เหนือเวลา 

ที่มา : Forworded Mail from somewhere on earth

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เป็นเรื่องที่ประทับใจมากค่ะ พี่เบน

"ความรักเหนือกาลเวลา"

ลุมลึก เป็นเหมือนแสงของความหวัง...


ดีใจกับพี่ชายด้วยที่ถึงจะหายหน้าหายตาไป แต่ก็ปกติสุขดี

หนูหวังเสมอว่าหลุมดำของพี่จะเติมเต็มและสว่างไสว

เพลงของว่าน เป็นอีกศิลปินโปรดของหนูเชียวล่ะค่ะ
^^

และดูแลตัวเองนะค่ะ

#1  by  finch At 2009-09-08 11:06, 
สายลมขอฝากกำลังใจไปถึงพี่มืดและพี่บีด้วยนะ

สายลมขอภาวนาให้พี่บีกลับมาเหมือนเดิมได้เร็ว ๆbig smile
#2  by  Windlate At 2009-09-08 12:55, 
เมื่อวานบังเอิญได้ดูมิวสิควีดีโอเพลงนี้ และได้ฟังบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับที่มาของเรื่องราว...

สำหรับฉัน พวกเขาเป็นคนที่โชคดี...
โชคดีที่มีคนรักมากถึงขนาดนี้
โชคดีที่มีคนให้รักมากถึงขนาดนั้น

ป.ล. ถึงคุณเบนจะงานยุ่ง แต่กำลังใจดีแบบนี้สู้ไหวอยู่แล้วใช่ไหมคะ big smile
#3  by  นกไร้ขา At 2009-09-08 16:57, 
confused smile
#4  by  no one At 2009-09-08 22:37, 
ตอนแรกที่เราฟังเพลงนี้ เราเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก

จนกระทั่ง มาอ่านบลอคคุณในวันนี้

เราน้ำตาไหล...

คิดไปถึงหนังเรื่องที่เป็นหัวบลอคของคุณด้วย

ถ้าในชีวิตเรา มีใครสักคน ที่รัก และ รอ เราอยู่อย่างนั้น

เราว่ามันคงมีความสุขน่าดู

ถ้ามีคนที่รอเราแล้ว อย่าทำให้เขารอเราไปตลอดกาลนะ -- ดูแลเขาบ้าง

คุณเบนว่ามั้ย?

สบายดีนะคะ เรากำลังจะย้ายงานใหม่ เจอสิ่งใหม่ๆ หวังว่ามันจะเป็นสิ่งใหม่ที่ดีสำหรับเรา

:)
#5  by  * I'm Gray~~ At 2009-09-08 23:07, 
ดีใจที่ได้ยินว่าสุขสบายดีค่ะbig smile
เพิ่งเคยฟังเพลงนี้ .... surprised smile surprised smile surprised smile
#6  by  LittleCancer At 2009-09-18 10:03, 
เพลงนี้.. เป็นเพลงที่ฉันชอบมาก ณ ตอนนี้
และฟังซ้ำไป-ซ้ำมา เป็นบ้าเป็นหลังเลย
ยิ่งรู้ที่มา..ของเพลงนี้ด้วยแล้ว
ยิ่งทำให้.. เพลงเพราะมากกว่าเดิมอีก
...
ขอให้วันเวลาในชีวิตของคุณเบน
เป็นอย่างที่คุณเบนรู้สึก อย่างนี้ตลอดไป
...
ได้ยินคนเล่าให้ฟัง..
พึ่งมาอ่านเต็มๆนี่แหละครับ
#8  by  kemkem At 2009-10-13 21:48, 
ความหมายดีมาก ๆ เลยค่ะ สำหรับ คำว่า คนไม่มเวลา บางทีเราก็วุ่นเรื่องอื่นจนเกินไปsad smile
#9  by  แหวนคู่รัก ทองคำขาว (125.25.138.174) At 2009-10-24 00:48, 

<< Home